‘พรีม-รณิดา’ ดูแลครอบครัวตั้งแต่อายุ 20

เป็นหัวหน้าครอบครัวตั้งแต่อายุ 20
‘พรีม-รณิดา’ นางเอกสุดแกร่ง ดูแลแม่และพี่ชายไม่สมบูรณ์

นับเป็นนางเอกที่ฝีมือไม่ธรรมดาเลยจริงๆ สำหรับสาว พรีม รณิดา เตชสิทธิ์ ที่แม้จะก้าวเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงตั้งแต่อายุยังน้อย

แต่ก็ได้พิสูจน์ฝีมือด้วยการประกบคู่กับพระเอกเบอร์ต้นๆ ของบ้านเรา จนทำให้เธอกลายเป็นนางเอกหน้าหวานที่มีผลงานอยู่เรื่อยๆ แต่กว่าที่เธอจะก้าวมาถึงในจุดนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

เช่นกันค่ะ เพราะนอกจากจะต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยแล้ว เธอยังต้องกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย พรีมเริ่มทำงานตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี หลายคนอาจจะคิดว่ามันทำให้เราเสียช่วงเวลาของความเป็นวัยรุ่น

ทั้งยังเป็นหน้าที่ที่ดูหนักเกินไปสำหรับคนที่มีอายุเพียงเท่านี้ แต่ไม่ใช่กับสาวพรีมอย่างแน่นอนค่ะ เพราะตั้งแต่พ่อกับแม่ของเธอแยกทางกัน เธอก็ตัดสินใจเข้าสู่วงการบันเทิง เพราะหวังเพียงแค่ต้องการหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว

และพี่ชายที่เป็นดาวน์ พรีมมองว่าการมีพี่ชายที่เป็นดาวน์นั้นไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่เธอกลับหาความสุขในความไม่สมบูรณ์แบบด้วยการใช้เวลาอยู่กับคนในครอบครัว ดูแลและหากิจกรรมต่างๆ ทำร่วมกับพี่ชาย

เพื่อให้พี่ชายได้ฝึกพัฒนาการการเรียนรู้อยู่เสมอๆ และในทุกวันๆ เราสองพี่น้องจะต้องกอดกันเพื่อแสดงความรักต่อกันและกัน ด้วยอายุเพียงเท่านี้แต่พรีมต้องรับผิดชอบทั้งการงาน การเรียน และดูแลครอบครัว

ตอนนี้เธอจึงกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวต้องทำงานเพื่อดูแลทั้งพี่ชายและแม่ ซึ่งเธอเองก็เคยรู้สึกเหนื่อยท้อแท้ในชีวิตบ้างในบางครั้ง แต่สุดท้ายเธอก็รู้ว่าการที่เธอได้มาอยู่ในจุดนี้มันคือโอกาสที่ดีและเธอยังโชคดีกว่าหลายๆคน

ถึงจะเหนื่อยกายแค่ไหนแต่เธอไม่เคยเหนื่อยใจเลย เรียกได้ว่าเป็นนางเอกทั้งในจอและนอกจอเลยก็ว่าได้ เพราะแม้ว่าจะต้องทำงานและกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย

แต่เธอก็ไม่เคยท้อ เธอกลับมองว่ามันคือความโชคดีที่ได้เข้ามาทำงานตรงนี้ และยังได้ทำเพื่อคนที่เธอรักอีกต่างหาก แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่า “นางเอก” ตัวจริง!!

“หัวหน้าครอบครัว” ในวัยเพียงอายุ 20 “พรีมว่ามันทำให้เราต้องมีวินัยมากขึ้น มีความอดทน ทำตามใจตัวเองไม่ได้ในบางครั้ง จะทำอะไรต้องคำนึงถึงคนในครอบครัวเป็นหลักก่อนเสมอ

อย่างแบบเพื่อนๆ วัยเดียวกับพรีมอาจจะสามารถแฮงค์เอ้าท์ไปเที่ยวกันได้ วันดีคืนดีคิดอยากจะไปเที่ยวเมืองนอกก็ไปกันอาจทำได้สบายๆ แต่สำหรับพรีมทำไม่ได้กลับบ้านดึกไม่ได้เพราะเรามีงานต้องรับผิดชอบ

และถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาทีมงานอีก 50-60 ชีวิตที่รอเราอยู่จะทำยังไง หรือว่าจะอยู่ๆ อยากจะไปไหนตามใจตัวเอง จะไปเที่ยวก็ไม่ได้เราต้องคิดถึงด้วยว่าเรามีแม่กับพี่ชายที่ต้องดูแลรอเราอยู่”

เหนื่อยแค่กายแต่ไม่เคย…”เหนื่อยใจ” “สำหรับพรีมมันไม่ใช่ความท้อแต่แค่งอแงคิดว่าทำไมเราต้องเหนื่อยขนาดนี้ ทำไมเราต้องทำอะไรแบบนี้แต่มันก็เป็นเพียงแค่ช่วงอารมณ์แปรปรวนของเด็กวัยรุ่น

แต่พรีมคิดว่าพรีมโชคดีนะที่พรีมอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่มักจะมีคำสอนคำแนะนำทำให้พรีมคิดได้คิดเป็น ซึ่งคำแนะนำคำสอนเหล่านั้นพรีมก็เอาใช้และจำไว้อย่างเช่น

เวลาพรีมมีอารมณ์งอแงก็จะถูกสอนว่า ให้มองย้อนกลับไปว่าสิ่งที่เราได้กลับมามันโชคดีกว่าคนอื่นมากหน้าที่การงานชื่อเสียงโอกาสที่เราได้แต่มีคนอีกมายเขาก็ต้องการแต่ว่าเขาไม่มี”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *