‘นัน อนันต์’ ทำงานหาเงินให้แม่ไว้ใช้

นักร้องกตัญญู ‘นัน ไมค์ทองคำ’ นำเงินทุกบาทที่หามาได้จากการร้องเพลงให้พ่อแม่ไว้ใช้

หลังคว้าแชมป์ไมค์ทองคำ ครั้งที่ 6 มาได้ หนุ่มนัน “อนันต์ อาศัยไพรพนา” นักร้องเสียงดีเชื้อสายกะเหรี่ยง ก็ออกเดินสายร้องเพลงอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาเมื่อซิงเกิ้ลแรกอย่างเพลง “พระจันทร์ไม่เต็มดวง” ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทำให้ในแต่ละวันคิวงานของหนุ่งนันมีงานเข้ามาไม่ขาดสาย

ซึ่งทำให้นัน มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเงินทุกบาททุกสตางค์ที่นัน หามาได้ เขาได้ยกทั้งหมดให้กับพ่อแม่และครอบครัว เก็บไว้ใช้จ่าย

โดยเฟซบุ๊กเพจ ลูกทุ่งเน็ตเวิร์ก ระบุว่า “กตัญญูสู้ชีวิตจริงจริ๊งงงงงงงง สำหรับ น้องนัน “อนันต์ อาศัยไพรพนา” แชมป์ไมค์ทองคำ 6

หนุ่ม ม.5 อนาคตไกล จากอ.ท่าสองยาง จ.ตาก ค่ายยุ้งข้าวเรคคอร์ด เจ้าของซิงเกิ้ลแรก “พระจันทร์ไม่เต็มดวง” พูดเลยว่าทุกวันนี้

รายได้ทุกบาททุกสตางค์จากการทำงานยกให้พ่อแม่ครอบครัวทั้งหมด เพื่อแบ่งเบาภาระให้คนข้างหลังอยู่สุขสบายมากขึ้น และตั้งใจใช้เงินเพื่อดูแลแม่อีกด้วย”

รียกว่าเป็นเด็กเก่งมากความสามารถเลยจริงๆ สำหรับ นัน ไมค์ทองคำ หนุ่มน้อยจากจังหวัดตากที่นอกจากการร้องเพลงแล้ว ชีวิตของเขายังเรียกได้ว่าเป็นตัวอย่างของเด็กยุคใหม่ในการเรียน

ในการพัฒนาตัวเองให้ไปถึงสิ่งที่ตัวเองตั้งเป้าหมายเอาไว้ และเขาก็สามารถทำมันได้ด้วยการฝึกฝนตัวเองจนกลายเป็นแชมป์ไมค์ทองคำนั่นเอง

นครั้งนี้ จะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับหนุ่มน้อยมากความสามารถคนนี้ให้มากขึ้นกันสักหน่อย ช่วงที่ประกวดเราเคยมีความรู้สึกท้อไหมเพราะดูเหมือนเราเองก็มีข้อจำกัดมากกว่าคนอื่นหลายๆ ด้าน ?

“ผมไม่ได้ท้อเลยครับ ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย เพราะผมไม่ได้หวังอะไรมากอยู่แล้ว ผมแค่หวังว่าผมจะได้ประสบการณ์จากการเข้ามาในรายการนี้เท่านั้นเอง แต่สุดท้ายพอผมได้เป็นแชมป์ มันก็รู้สึกว่าเกินกว่าเป้าหมายที่คิดเอาไว้มากครับ”

เราคิดว่าเพราะอะไรเราถึงได้แชมป์ในการประกวดครั้งนี้ ทั้งๆ ที่ข้อจำกัดของเราค่อนข้างเยอะ ? “ผมมองว่ามันเป็นเพราะเหตุผลหลายๆด้านครับ ทั้งจากประชาชนและจากตัวผมเอง เนื่องจากว่ารอบสุดท้ายมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับกรรมการ

แต่ว่าเป็นการโหวตของประชาชนที่เขาติดตามการประกวด ดังนั้นมันน่าจะเป็น เหตุผลทางด้านความรักความเอ็นดูมากกว่าครับที่เขามีให้กับผม”

เห็นว่าโรงเรียนที่เราเรียนอยู่กับบ้านที่เราอาศัยอยู่ห่างกันมาก ? “ใช่ครับผม ก็อยู่ห่างกันประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร แต่ผมจะโชคดีหน่อยตรงที่ผมได้ไปพักอยู่ในโรงเรียนพักนอน คล้ายๆ กับโรงเรียนประจำซึ่งโรงเรียนเขามีทุนให้ครับ
โดยบางครั้งผมก็จะกลับบ้านในช่วงเสาร์อาทิตย์หรือไม่ก็จะกลับบ้านในช่วงปิดเทอมครับ”

ครอบครัวเราเป็นอย่างไรบ้าง และเราเป็นลูกคนที่เท่าไหร่ของบ้าน ? “ผมคือน้องคนสุดท้องครับ ซึ่งผมมีพี่อีก 5 คนอยู่ที่บ้าน เป็นพี่สาว 3 คนพี่ชาย 2 คน แต่ว่าพวกเขาไม่ได้เรียนหนังสือนะครับ มีแค่ผมคนเดียวที่มีโอกาสได้เรียน
เนื่องจากฐานะทางบ้านของเราค่อนข้างยากจน พ่อและแม่กับพี่ๆ ก็ช่วยกันทำนาทำไร่ปลูกข้าวกิน เป็นอาชีพหลักของบ้านเรา โดยที่ดินที่ใช้ก็จะต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ในแต่ละปี เนื่องจากว่าเราไม่ได้มีที่ดินเป็นของตัวเอง”

วางแผนชีวิตหลังจากนี้เอาไว้อย่างไรบ้าง ? “ก็ยังต้องร้องเพลงต่อไปครับ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง เพราะผมก็ไม่ได้อยากจะยึดการร้องเพลงเป็นอาชีพ ผมอยากจะทำงานที่มันมั่นคงมากกว่า เนื่องจากการเป็นนักร้องมันก็ไม่มีอะไรแน่นอน
ในอนาคตเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะมีงานหรือเปล่า แต่ถ้าถามว่าหากผมจะต้องหยุดร้องเพลง ผมจะหยุดเพราะอะไร เอ่อ…ผมก็คงจะหยุดในวันที่ผมไม่มีแฟนคลับแล้วครับ ถ้าไม่มีพวกเขา ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปร้องให้ใครฟังอีก”

About Supitcha Truststore Columnist

View all posts by Supitcha Truststore Columnist →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *